กลุ่มภาระงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

มีคำถามจากทางบ้านถามมาว่า“ใช้อีเมล windowslive ซึ่งเป็นเมลเก่าเล่นเฟสบุ๊คอยู่ในปัจจุบัน  แต่จำรหัสผ่านอีเมลเก่าไม่ได้เลย เพราะไม่ได้เข้าใช้มาเป็นปี เข้าออนแต่เฟสบุ๊คอย่างเดียว อีเมลสำรองที่เคยใส่ไปก็จำไม่ได้ เบอร์โทรเก่าที่เคยใส่ไปก็เลิกใช้ไปแล้ว ต้องทำอย่างไรถึงจะเข้าใช้เมลนั้นได้” เชื่อว่าคำถามนี้ มีหลายท่านเจอปัญหาลักษณะแบบนี้เหมือนกัน โดย เฉพาะผู้ใช้เมลจาก Microsoft เช่น Hotmail , outlook , msn , windowslive วันนี้เลยมาดูวิธีการกู้ปัญชีอีเมล ในกรณีลืมรหัสผ่านชนิดไม่มีเมลสำรองกัน เริ่มจากเข้าเว็บไซต์ Hotmail.com หรือ outlook.com แล้วคลิกที่ can’t access account บนหน้า  login ของ outlook จากนั้นเลือก I forgot my password ( เพราะเราลืมรหัสผ่านจำรหัสผ่านไม่ได้เลย  ) พิมพ์อีเมลที่ต้องการกู้คืนเพราะจำรหัสอีเมลไม่ได้  พร้อมใส่ตัวอักษรด้านล่างเพื่อยืนยันตัวตน เนื่องจากอีเมลด้านบนก็ลืมรหัส และ เบอร์มือถือเป็นเบอร์ที่ไม่ใช้แล้วด้วย ก็เปลี่ยนมาเลือก I’don’t have any of these แล้วคลิก next แล้วใส่อีเมล ที่คุณสามารถใช้งานได้อยู่ ในช่อง contact email address เพื่อ Microsoft จะติดต่อคุณผ่านทางเมลนี้ หากกรณีบัญชี Hotmail.com ของเก่าที่คุณจำรหัสผ่านไม่ได้นี้ ไม่ active ใช้งานเลยเป็นเวลา 30 วัน นับจากการส่งคำขอ   Microsoft จะส่ง code ใหม่เพื่อการรีเซตอีเมลเก่าให้  เมื่อทำการรีเซ็ตรหัสได้สำเร็จแล้ว ควรตั้งรหัสใหม่ และ ควรเปลี่ยนแปลงช่องทางอีเมลสำรอง และเบอร์โทรศัพท์ในข้อมูลอีเมลเก่า ที่คุณกู้เมื่อสักครู่ด้วย ดังนั้นเรื่องรหัสส่วนตัวเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรจำให้แม่นและอย่าลืมนะ มิฉะนั้นจะต้องรอและเสียเวลาไป 30 วัน กว่าจะรีเซ็ตรหัสใหม่แบบนี้ได้ ที่มา : ไอที24ชั่วโมง เปิดโลกไอที พลิกสู่ชีวิตที่ดีกว่า

  ใครที่ใช้สมาร์ทโฟน บางท่านก็กลัว หรือไม่ก็เคยทำมือถือหายไปแล้ว หรือไม่ก็ถูกขโมยไป จะตามหามือถือที่หายไปได้อย่างไร ? ซึ่งใครใช้ iPhone ก็จะรู้ว่ามีแอพ Find My iPhone  ไว้สำหรับตามหามือถือหายไปได้ แต่ถ้าสมาร์ทโฟน Android ซึ่งมีผู้ใช้จำนวนมากหลายขนาดหลายไซด์ หลายยี่ห้อ จะใช้แอพอะไรในการค้นหา ซึ่งวันนี้จะมาดูการใช้แอพและเว็บไซต์ในการตามหามือถือ Android ที่หายไปกัน รู้หรือไม่?  Android  ที่เราใช้ ก็สามารถตามหามือถือได้ เช่นเดียวกันกับ Find my iPhone ของ iPhone เลย เพียงแค่แน่นำต้องเปิด Location ไว้ เพื่อให้สามารถตามหามือถือบนพิกัดล่าสุดได้ …. เมื่อเกิดเหตุการณ์มือถือ Android หายไป  หรือเผลอลืมมือถือ Android ไว้ ต้องการตามหาว่าอยู่ที่ไหน ? ก็ หาคอมพิวเตอร์ หรือแท็ปเล็ต เปิดเว็บไซต์  www.android.com/devicemanager  หรือgoogle.com/android/devicemanager แล้ว sign in ด้วยบัญชี google account  (บัญชี gmail ) ที่คุณใช้กับมือถือเครื่องที่ต้องการตามหา เมื่อ login แล้ว ก็จะเห็นแผนที่เลย ว่า มือถือที่ตามหา อยู่ตรงไหนในขณะนั้น  หรือครั้งสุดท้ายที่อุปกรณ์ของคุณอยู่ก่อนปิดเครื่อง แสดงไว้บนแผนที่ ทั้งนี้สามารถสามารถกดปุ่ม Ring ให้มือถือส่งเสียงออกมา… กด Lock แล้วตั้งรหัสผ่านใหม่ เพื่อล็อคเครื่องที่ตามหาอยู่ ไม่ให้คนอื่นเข้าใช้งานได้  จะเข้าได้ ต้องใส่รหัสใหม่ที่เราเพิ่งตั้งไว้ให้ถูกต้องเท่านั้น นอกจากนี้ Android Device Manager ยังสามารถสามารถพิมพ์ข้อความลงในช่อง Recovery Message เพื่อให้ข้อความนั้นๆ ปรากฏบนหน้าจอมือถือของคุณ เมื่อมีคนพบ จะได้นำมาส่งคืนเจ้าของได้  ถ้าเค้าไม่ได้คิดขโมย  เช่นพิมพ์บอกว่า “หากเก็บได้ กรุณาส่งคืนที่ไหน ติดต่อใคร จะมีรางวัลให้” Android Device Manager สามารถใช้ตามหามือถือระบบปฏิบัติการ Android  ได้ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ   ใช้ได้ทั้งเว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่น  โดยแอพ Android Device Manager  ดาวน์โหลดฟรี บน Google Play  และในกรณีมือถือ Android หาย สามารถใช้อุปกรณ์ iOS คุณมี เปิด safari เข้าเว็บไซต์ Android Device Manager (android.com/devicemanager) ผ่านทางเว็บบราวเซอร์บนมือถือ หรือแท็บเล็ตได้ ทั้งนี้คุณสามารถตั้งค่าให้มือถือของคุณรองรับการลบข้อมูลบนมือถือ Android ผ่านทาง คำสั่งระยะไกลได้ด้วย  เผื่อในกรณีมือถืออยู่ที่โจรขโมย แล้วมีข้อมูลสำคัญบนมือถือ คุณก็สามารถตัดสินใจสั่งให้มือถือลบข้อมูลทั้งหมด และทำการ Factory Reset ใหม่ ผ่านทาง Android Device Manager ได้  เพื่อไม่ให้ข้อมูลบนมือถือของคุณหลุดไป  โดยตั้งค่ามือถือที่  Apps >> Google Settings >> เลือก Android Device Manager >>แล้วติ๊กถูกที่ Allow Remote Lock and Erase ในกรณีมือถือหาย สามารถสั่งลบได้โดย  เข้า Android Device Manager ทางเว็บไซต์ หรือทางแอพบน Android  >> จากนั้น ทำการ sign in ด้วย google account แล้วเลือกมือถือที่หายไป แล้วคลิกที่ ลบ  >> ก็จะถามคุณว่าคุณต้องการลบจริงหรือไม่ ก็ตอบลบ เพื่อทำการสั่งมือถือที่หายไปนั้นทำการ ลบข้อมูลและ factory reset เริ่มต้นใหม่ ทั้งนี้มือถือที่หายจะดำเนินการลบเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้  ทั้งนี้ Android Device Manager ได้เปิดตัวครั้งแรกในรูปแบบเว็บไซต์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2013 ก่อนที่จะมาในรูปแบบแอปพลิเคชั่น และเพิ่มฟีเจอร์ส่งข้อความเตือนผู้ที่พบ Android และมีลุ้นว่า Google ยังพัฒนาเพิ่มฟีเจอร์ใหม่บน Android Device Manager อย่างต่อเนื่อง ที่มา: ไอที24ชั่วโมง เปิดโลกไอที พลิกสู่ชีวิตที่ดีกว่า

นอกจากการดูวีดีโอบน Youtube แล้ว ในเวลานี้การรับชมวีดีโอ หรืออัพโหลดวีดีโอลงบน Facebook ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน โดยเฉพาะใน Fanpage ต่างๆ ก็มีหลายวีดีโอที่น่าติดตาม น่าสนใจ ซึ่งถูกอัพโหลดและให้รับชมผ่านทาง Facebook  โดยผู้ดูวีดีโอก็สามารถกด like หรือกดแชร์ได้โดยง่าย ซึ่งก็มีหลายวีดีโอที่คุณอาจอยากบันทึกเก็บไว้ โดยที่ไม่ต้องมากดเปิดใน Facebook บ่อยๆ  ซึ่งวีดีโอที่อยู่บน Facebook นั้น ก็สามารถดาวโหลดน์มาบันทึกเก็บไว้ได้ สำหรับวิธีการการดาวน์โหลดก็มีทั้งแบบติดตั้งโปรแกรมส่วนเสริม แต่หากไม่ต้องการติดตั้งโปรแกรมใดๆ ต้องทำอย่างไรบ้าง?   วิธีดาวโหลดน์วีดีโอบน Facebook ผ่าน Google Chrome 1. เปิดหน้าวีดีโอ Facebook ที่ต้องการบนเบราเซอร์ของ Google Chrome โดยต้องเปิดวีดีโอแบบที่ไม่ใช่ Pop-up แต่ให้เปิดเป็นแท็บหน้าใหม่ของ Google Chrome 2. จากนั้นกดปุ่ม F12 จะมีข้อมูลด้านล่างแสดงขึ้นมา ให้คลิกเลือกที่แท็บ Network 3. กดเล่นวีดีโอ Facebook แล้วสังเกตหาไฟล์ที่เป็น “video/mp4″ ที่คอลัมน์ “Type”  เมื่อเจอแล้วให้คลิกขวา แล้วกด Open Link in New Tab 4. เมื่อเปิดมาแท็บหน้าต่างใหม่ขึ้นมาแล้วให้เราคลิกที่ “บันทึกให้เป็น” เพื่อบันทึกวีดีโอบน Facebook ที่ต้องการ โดยตั้งชื่อไฟล์พร้อมกำหนดที่เก็บบันทึกให้เรียบร้อย ด้วยขั้นตอนเท่านี้ก็สามารถบันทึกวีดีโอที่ต้องการเก็บไว้รับชมได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องโหลดโปรแกรมใดๆมาติดตั้งเลย หากมีวีดีโอที่คุณชอบ ก็สามารถบันทึกเก็บไว้ เพื่อมาเปิดรับชมได้บ่อยๆโดยที่ไม่ต้องเปิดดูบน Facebook

ผู้ใช้ iPhone หรืออุปกรณ์ iOS ส่วนใหญ่จะทราบแล้วว่า iOS มีบริการที่มีชื่อว่า icloud ที่สามารถสำรองข้อมูล และ sync สิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นรายชื่อเบอร์โทรศัพท์  ตลอดจนข้อมูลต่างๆ และแอพที่เคยดาวน์โหลด ได้ทุกที่ทุกเวลา และเวลามีมือถือเครื่องใหม่ ก็เพียว sign in ด้วยบัญชีที่ใช้กับ iCloud อย่าง Apple ID พวกข้อมูลและรายชื่อ แอพก็จะมาที่เครื่องใหม่ด้วย ไม่เสียเวลาเพิ่มรายชื่อเบอร์โทรศัพท์ใหม่    สำหรับ Android ก็มีบริการ Cloud แบบนี้เช่นกันซึ่งมีคนใช้มือถือ Android เยอะกว่า iiPhone แน่ๆ แต่ส่วนใหญ่อาจไม่ทราบการสำรองข้อมูล ที่ชัดเจน วันนี้เลยมาลองสำรองข้อมูลสำหรับมือถือ Android กัน   การสำรองข้อมูลบนมือถือ Android จำเป็นต้องมีบัญชี gmail ในการ sign in ใช้งานบริการต่างๆ เช่นดาวน์โหลดแอพ , sync รายชื่อเพื่อนๆ และใช้บริการต่างๆจาก google ไม่ว่าจะเป็น hangout , google drive,  google maps , youtube ,  google+ , picasa เป็นต้น  ซึ่งสามารถสมัครสมาชิก google account ได้ผ่านทางมือถือได้เลย หรือที่ gmail.com ก็ได้เช่นกัน  แล้วนำ login ของ gmail มาทำการ sign in บนมือถือคุณ สำหรับการ sync เพื่อสำรองข้อมูลต่างๆเช่น รายชื่อเบอร์โทรศัพท์ , ปฏิทินงาน , note , พวก bookmark , แอพ นั้น สามารถทำได้โดยเข้าไปส่วน App แล้วเลือกที่ Settings จากนั้นเลือกที่ Accounts >> เลือก Google จากนั้นเลือกบัญชี gmail ที่ใช้เป็นบัญชีหลักบนมือถือ Android ของคุณ    >> จากนั้นติ๊กเครื่องหมายถูกในสิ่งที่ต้องการจะ sync  (ทั้งนี้สามารถสังเกตวันที่ที่ปรากฎด้านล่างของรายการ ว่า sync ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ก่อนติ๊กถูกด้วย ) เสร็จแล้วก็แตะที่บริเวณขวาบนของจอ แล้วเลือกที่ sync now เท่านี้ รายชื่อที่บันทึกบนโทรศัพท์ รวมทั้งรูปและข้อมูลอื่นๆ ก็จะ sync เข้าสู่ cloud ของ google  แล้ว ส่วนการดึงข้อมูลรายชื่อเบอร์โทรมาลงมือถืออีกเครื่องนั้น ให้ทำการ sign in บนมือถือ android เครื่องใหม่ ด้วยบัญชี gmail เดียวกันกับเครื่องเก่า ข้อมูลทัังหมดก็จะ sync เข้ามาใส่ในมือถือเครื่องใหม่ได้ทันที ส่วนกรณีสำรองรูปภาพและวีดีโอนั้น จะอยู่ในแอพ Photos หน้าตาไอคอนแบบนี้ (ไม่ใช้ gallery) ลองเข้าแอพนี้จะพบภาพต่างๆที่ปรากฎบนมือถือคุณ โดยแบ่งเป็นโซนวันที่จากล่าสุดไปหาภาพเก่าๆในอดีต คราวนี้คุณสามารถถ่ายภาพด้วยกล้องบนมือถือ android ตลอดจนถ่าย screenshot ละก็จะ backup ขึ้น photo โดยอัตโนมัติด้วย โดยเข้าไปที่ไอคอนมุมขวาบนของจอมือถือ  แล้วเลือก settings  >> จากนั้นเลือก auto-backup แล้วทำการ ON แค่นี้ ทันทีที่มีภาพถ่ายใหม่มาบนมือถือก็จะอัพขึ้นบน Cloud โดยอัตโนมัติแล้ว เมื่อเปิด auto-backup แล้ว เวลาถ่ายภาพใหม่ๆ หรือ capture screen shot ใหม่ จะอัพขึ้นไปยัง google โดยอัตโนมัติทันที ดังนั้นหากคุณต่อด้วย 3G ควรสมัครแบบแพ็คเกจไม่จำกัดไว้ เพื่อกันค่าบริการแพงกว่าปกติ หรือไม่ก็ ให้เลือกที่ Back up photo >> แล้วเลือก wi-fi Only เพื่อเวลาต่อ wifi จะทำการ backup ภาพบนมือถือ android ขึ้น cloud ของ google โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าไม่อยาก sync ควรปิดฟีเจอร์ auto backup จะช่วยประหยัดแบต และป้องกัน bill shock กรณีเผลอได้ ส่วนการดาวน์โหลดข้อมูลที่อยู่บน cloud ของ google มาลงคอมนั้น สามารถทำได้โดยเข้าไปคลิกที่ รูปโปรไฟล์บัญชีของเราด้านขวาบนดังรูป แล้วเลือกที่ บัญชี จากนั้นคลิกแท็บ เครื่องมือข้อมูล >> แล้วคลิก “เลือกข้อมูลที่จะดาวน์โหลด” คลิกที่ “สร้างที่เก็บถาวร “ แล้วเลือกบริการที่จะดาวน์โหลดเก็บไว้บนคอมที่ต้องการ   เลือกเสร็จแล้วคลิกที่ “สร้างที่เก็บถาวร” เพื่อทำการ generate เป็นไฟล์ zip ให้ดาวน์โหลดลงคอม คลิกดาวน์โหลด เพื่อดาวน์โหลดข้อมูลบน cloud ของ google ลงบนคอมเก็บไว้  เท่านี้ข้อมูลทุกอย่างที่เคยอยู่บน cloud ก็จะเก็บไว้อยู่กับคอมพิวเตอร์แล้ว ที่มา http://www.it24hrs.com/

ช่วงนี้หลายๆท่านคงได้เห็นข่าว ดาราถูกผู้ไม่หวังดีปลอมไลน์  ปลอม facebook เพื่อสวมรอยไปหลอกคนอื่นเพื่อหวังผลประโยชน์อยู่หลายครั้ง…ซึ่ง ถ้าเราถูกคนอื่นปลอมเป็นเราบน Line, Facebook ต้องทำอย่างไรดี เรื่องนี้ ร.ต.อ. มนุพัศ ศรีบุญลือ รองสารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  (ตำรวจ ปอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์)  ได้ให้คำแนะนำว่า หากมีใครมาปลอมไลน์ ปลอม facebook แอบอ้างเป็นตัวเรา  ให้ดำเนินการ ปฏิบัติการ 3 แจ้ง!! คือ แจ้งสิทธิ์ โดยการ report ไปยังเว็บไซต์ผู้ให้บริการ Social Network ที่คุณถูกแอบอ้าง โดยแบ่งเป็น 2 กรณีคือ   1.มีคนสร้างบัญชี facebook ปลอม แอบอ้างเป็นตัวเรา ให้ กด Report แจ้งไปยัง Facebook โดยในระบบของ Facebook จะมีหน้าที่ให้เราแจ้งปิด Facebook ปลอมได้ด้วยตนเอง ขั้นตอนการ Report แจ้งไปยัง Facebook นั้นคือ เข้าเว็บ Facebook …คลิกที่ความช่วยเหลือ แล้วก็พิมพ์คำว่าบัญชีปลอม ที่ช่องค้นหา จากนั้นเลือกที่ ฉันจะรายงานบัญชีปลอมที่แอบอ้างว่าเป็นฉันได้อย่างไร แล้วเลือกที่ กรอกแบบฟอร์มนี้ คราวนี้คุณก็ใส่รายละเอียดที่คุณต้องแจ้งกับทาง Facebook เช่น คุณเลือกที่ มีผู้สร้างบัญชีผู้ใช้ที่ปลอมแปลงว่าเป็นฉันหรือเพื่อน แล้วใส่ข้อมูลต่างๆลงไป โดยให้ใส่ชื่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษตามบัตรประชาชนของคุณ  และใส่อีเมลที่ facebook สามารถติดต่อกลับได้  ทีนี้ก็ระบุ URL ของ facebook ที่แอบอ้างเป็นคุณ พร้อมกับอัพโหลดรูปบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต   และยังสามารถกรอกข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อแจ้งกับทาง facebook ได้ด้วย  แต่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ เมื่อกรอกทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งข้อมูลไปที่ Facebook ได้เลย ซึ่ง facebook จะรับเรื่องมาตรวจสอบต่อไป หากทาง Facebook ตรวจพบว่าเป็น Facebook ปลอมจริงๆก็จะทำการปิด Facebook ดังกล่าวให้ 2. กรณีพบ Line ปลอมหรือถูกแอบอ้าง สามารถรายงานแจ้งกับทาง LINE ได้ที่ https://contact.line.me/detailId/10557 ทั้งนี้เรื่องที่รับปัญหานั้นจะส่งไปยัง Line สำนักงานใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพิจารณาต่อไป แจ้งเตือน  หลังจากรายงานไปยัง facebook หรือ Line แล้ว ให้รีบเตือนบอกกับญาติสนิท และ เพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ของคุณ บอกว่าเราถูกแอบอ้าง ทั้งนี้อาจแนบ Capture รูปการสนทนาไว้เป็นหลักฐานประกอบบอกเพื่อนๆได้ แต่อย่า cap แล้วแชร์ไปยัง Social Network สาธารณะ หรือแชร์กับคนไม่รู้จักด้วย เพราะคุณอาจมีความเสี่ยงที่จะผิด พรบ.คอมพิวเตอร์เสียเอง จากการแชร์รูปบัญชีปลอมให้คนอื่นเห็นด้วย ดังนั้นลองคิดให้ดีก่อนส่งรูปให้เพื่อน แจ้งตำรวจ ไม่ว่าจะกรณีของ facebook หรือ Line ให้รวบรวมหลักฐานไว้ เช่น capture จับภาพหน้าจอสนทนาของไลน์  หรือ หน้า facebook  ดังกล่าวไว้ หรือหน้ารูป Proflie ที่ถูกปลอมขึ้นมา แล้วนำไปแจ้งความที่ตำรวจท้องที่ ได้เลย หรือไปแจ้งกับตำรวจ ปอท. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ รายละเอียดดูที่เว็บไซต์  tcsd.in.th   ตำรวจก็จะดำเนินคดี หาตัวคนร้ายตามกระบวนการกฎหมาย  หากส่งไปที่ตำรวจท้องที่แล้ว อาจส่งเรื่องต่อให้ตำรวจ ปอท ในกรณีที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการตามสืบ ที่มา http://www.it24hrs.com/

รู้จักกับ Google Docs บริการฟรี ให้ทำงานเอกสารได้ทุกที่ ทุกอุปกรณ์ การพิมพ์งานเป็นส่วนหนึ่งที่หลายท่านจำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะผู้ใช้คอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊ค ตั้งแต่เด็ก จนถึงวัยทำงานและจนวัยแก่ชรา สิ่งที่ใช้เป็นประจำคือการพิมพ์เอกสารหรือพิมพ์งาน โดยในอดีตหลายท่านจะต้องเสียเงินส่วนหนึ่งซื้อซอฟต์แวร์พิมพ์งาน อย่าง Microsoft Office ซึ่งจะมีโปรแกรมย่อยอย่าง Word Excel PowerPoint มาใช้ในการทำงาน หรือโปรแกรมตระกูล iWork ของ Mac เป็นต้น แต่ปัจจุบันนี้คุณสามารถพิมพ์งานได้ฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องติดตั้งบนคอม ใช้ได้ตลอดไป แค่พิมพ์ผ่านทางบนเบราว์เซอร์ และผ่านแอพ ซึ่งบริการนี้เติบโตอย่างมากคือ Google Docs จาก Google นั่นเอง รู้จัก Google Docs กันซะนิด   Google Documents หรือ Google Docs คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการพิมพ์งานทางออนไลน์ ให้เราสามารถจัดการเอกสารได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่คุณมีบัญชี Google บัญชีเดียวก็สามารถใช้งานบริการGoogle Docs ได้ โดยปัจจุบัน Google Docs มีโปรแกรมย่อยอยู่ 4ตัว คือ Docs , Slide , Sheet , Forms แม้ว่า Google Docs นี้แม้ดูหน้าตาและรูปแบบเหมือนทาง Microsoft Office แต่ Google Docs เป็นรายแรกที่ให้บริการ Office บนเว็บไซต์ และสามารถใช้งานได้แบบฟรีๆ ไม่ต้องซื้อซอฟต์แวร์มาติดตั้ง ไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรม ใช้งานได้ทันทีบนเว็บเบราว์เซอร์ ง่ายๆเพียงเข้าที่ docs.google.com แล้วเข้าทำการ sign in แค่นี้ก็สามารถดูเอกสารที่อยู่บน Google Drive หรือ Google Docs พร้อมทั้ง สามารถสร้าง,แก้ไขเอกสาร และคลิกเปิดอ่านเอกสารได้ทันที   รวมทั้งสามารถแก้ไขเอกสารพร้อมกับเพื่อนๆ ในหน้าเอกสารเดียวกันได้ด้วย เรียกกันว่าช่วยกันพิมพ์พร้อมกับเพื่อนได้เลยแม้อยู่สถานที่กันก็ทำงานพร้อมกันได้ โดยไม่ต้องเสียเวลา save และส่งไฟล์ไปๆมาๆด้วย โดยเราจะเห็นหน้าจอเดียวกันว่า เราและเพื่อนๆกำลังพิมพ์อะไรอยู่ในเอกสารเดียวกัน รวมทั้งการแชร์เอกสารก็สะดวกโดยการส่งลิงค์ หรือแชร์กับเพื่อนๆภายในกลุ่มได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์ Harddisk  flashdrive  เลย กว่าจะมาเป็น Google Docs ในส่วนบริการ Docs ชื่อเดิมคือ Writely.com  ซึ่งเป็นโปรแกรมแก้ไขเอกสารออนไลน์ สร้างโดยบริษัท Upstartle เมื่อเดือนสิงหาคม ปี2005  และในส่วนของ Sheet นั้น Google ก็เปิดตัว  Google Spreadsheet ที่มีคุณสมบัติเหมือนโปรแกรมตารางของ Microsoft อย่าง Excel เมื่อเดือนมิถุนายน  2006 ซึ่งแต่เดิมพัฒนาจาก บริษัท  2Web Technologies ก่อนที่ Google ซื้อมาเป็นของตัวเอง เมื่อเดือนมิถุนายน 2005 และบริการ google docs เกิดขึ้น เมื่อ Google ซื้อกิจการ Upstartle ผู้พัฒนาโปรแกรมแก้ไขเอกสารออนไลน์ Writely.com เมื่อเดือนมีนาคม 2006 แล้วมาเปลี่ยนชื่อเป็น Google Docs มาจนถึงปัจจุบัน (หากคุณพิมพ์ writely.com ตอนนี้ก็จะเข้าสู่เว็บ google docs ) และสามารถทำงานร่วมกันกับ Google Spreadsheets ได้ด้วย เตรียมการใช้งาน Google Docs สิ่งที่ต้องมีสำหรับผู้ใช้ Google Docs คือ ต้องมีบัญชี Google Accounts หากไม่มีก็สมัครผ่านทาง gmail.com หรือบนมือถือ Android ก็สมัครได้เช่นกัน ฟรี สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ต ระบบปฏิบัติการ Windows,Mac OS X, GNU/Linux ฯลฯ ต้องมีเว็บเบราว์เซอร์ในการรันเว็บไซต์ Google Docs ด้วย เช่น Internet Explorer , Microsoft Edge , Opera , Firefox , Safari และแนะนำอย่างยิ่งที่สุดคือ Chrome เพราะ Chrome จะมีปลั๊กอินบางส่วนเข้ากับการทำงานของ Google Docs ได้ ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผ่านทางช่องทางใดทางหนึ่ง เช่น Hi-Speed Internet , Wi-Fi , 3G , 4G อุปกรณ์ Mobile Device อื่นๆ ทั้งบน iOS อย่างเช่น iPhone , iPod Touch , iPad และ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ระบบปฏิบัติการ Android ทุกรุ่น  ซึ่งคุณสามารถโหลดแอพที่เกี่ยวข้องกับ Google docs ได้ฟรีเช่น Google Docs , Google , Sheet Google Slide ได้ทาง App Store และ Play Store ซึ่งตัวแอพจะออกแบบเข้ากับมือถือ iOS และ Android ให้คุณพิมพ์งานได้สะดวกยิ่งขึ้น วิธีการใช้งานเว็บ Google Docs อย่างรวดเร็ว กรณีใช้คอมพิวเตอร์พีซี โน๊ตบุ๊ค ( iOS , Android , Linux , Chromebook ) เข้า Google Docs ที่ http://docs.google.com เพื่อพิมพ์งานทั่วไป แก้ไขเอกสาร  ( คล้ายกับ Microsoft Words ) เข้า Google Sheets ที่  http://sheets.google.com  เพื่อแก้ไขเอกสารแบบตารางคำนวณ หรือไฟล์พวก excel ( คล้ายกับ Microsoft Excel ) เข้า Google Slides ที่ http://slides.google.com เพื่อสร้างสไลด์ นำเสนองาน ( ใช้ทดแทน หรือร่วมกับ PowerPoint ได้ ) แล้วทำการ Sign in ด้วยบัญชี Google เพื่อเข้าสู่หน้าพื้นที่ทำงานของตัวเอง ในตัวอย่างนี้จะเป็นของ Google Docs โดยจะโหลดเอกสารทั้งพวก Word หรือ Google Docs เองที่อยู่บน Google Drive  มาปรากฏในหน้าของ Google Docs ด้วย แต่ถ้าต้องการสร้างเอกสารเพื่อเริ่มต้นพิมพ์งานใหม่ ก็แตะที่ไอคอน + บริเวณ มุมขวาล่างของหน้าเว็บไซต์ จะเข้าสู่หน้าจอทำงานของ Google Docs หน้าตาก็คล้ายคลึงกันกับ Word  คุณสามารถพิมพ์งานใส่ภาพได้ตามต้องการ  เมื่อพิมพ์เสร็จก็ปิดหน้าต่างทันทีโดยไม่ต้องบันทึก เพราะ Google Docs บันทึกโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว และยังสามารถเปิดงานนี้เพื่อแก้ไขต่อ ทั้งบนคอมพิวเตอร์ และทางแอพ Google Docs บนโทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต iOS และ Android ต่อได้เลย นี่เป็นตัวอย่างคร่าวๆในการใช้ Google Docs ที่ท่านสามารถใช้งานได้ฟรี แม้เครื่องคอมของคุณหรือเครื่องอื่นอาจไม่มีโปรแกรม Microsoft Office ก็สามารถใช้ Google Docs ในการพิมพ์งานได้ง่าย และทำได้ทุกที่ทุกเวลา บนทุกอุปกรณ์จริงๆ ข้อมูลบางส่วนจาก Wikipedia